เมื่อเรารู้จักกับสุราหมักแล้ว ทีนี้ก็ต้องเป็นสุรากลั่นครับ
สุราหมักนี่มีดีกรี ตำ่ ไม่เกิน 15 ดีกรีครับ แต่สุรากลั่นนี่
มีดีกรีตามต้องการครับแต่เราดื่มได้ไหมหากมีดีกรีมากเกินไป
ตามมาตรฐานสากลกำหนดให้ไม่เกิน 60 ดีกรี ครับ แต่ถามว่า
มีเกินไหม มีครับ.......
กว่ามนุษย์เราจะรู้จักวิธีการกลั่นเหล้าก็นานครับ คนจีนเป็นผู้ที่ทำ
การกลั่นเหล้าได้ก่อน แต่ไม่แพร่หลายมากนัก แต่ที่แพร่หลายก็
ตอนที่โรงเรียนการแพทย์ แห่งเมืองซาเลอ อีตาลี ได้คิดค้นตัวยา
รักษาคนไข้ โดยการนำเหล้าหมักทั้งหลายมาต้มกลั่นเป็นหยดน้ำ
หลังจากนั้นเราก็ได้รู้จักกับเหล้ากลั่นมากมายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

*****************************************************
หลักการกลั่นง่ายๆครับ
นำวัตถุดิบมาหมัก+ได้เป็นสุราหมัก(ไวน์หรือสุราผลไม้หรือจำพวกตระกูลเบียร์)
+นำมาต้มกลั่น+หรือบางชนิดอาจจะนำมาบ่มเพื่อความอร่อยรสชาติดี
หรือบางชนิดอาจจะนำมาแช่สมุนไพรหรือบางชนิดนำมาแช่สมุนไพรแล้วนำมากลั่นต่อ
**********************************************************************
แต่ละท้องถิ่น แต่ละประเทศก็เรียกสุรากลั่นตามชื่อของตัวเองดังนี้
เริ่มกันที่ประเทศสก็อตแลนด์
WHISKYS(วิสก้ี)
ธัญพืชนำมาหมัก+นำมาต้มกลั่น+นำมาบ่ม(ทำให้แพง)
ที่ยุโรปวิสกี้ที่มีชื่อเสียงก็มีที่ประเทศสก็อตแลนด์(Scoth Whiskys)
มีขายอยู่มากมายในบ้านเราและก็เป็นที่นิยมกันทั่วไป มีตั้งแต่ราคา
ร้อยกว่าบาทจนถึงหลายพันบาทครับ แต่ระวังหน่อยนะครับว่าราคานี่
ก็อาจเป็นตัวกำหนดว่าดื่มแล้วมีอันตรายหรือไม่ (รึว่าจะเอาเมาอย่างเดียว)

ตัวกำหนดถึงราคาว่าแพงหรือไม่นั้น ประกอบด้วย
วัตถุดิบคือถ้าเป็นมอลต์ล้วนๆ ก็ จะแพง ซึ่งเรียก Single Malt
แต่ถ้านำ ธัญพืช จำพวกข้าวหลายตัวมาทำที่เรียกว่า Grain Whisky ก็จะถูกลงมา
แต่ถ้าเป็น Blend Whiskyก็นำนำ้วิสกี้จากหลายๆที่มารวมกัน ครับ

แล้วจะรู้อย่างไรว่าเป็นชนิดไหนละก็ดูได้จากฉลากด้านหน้า
และก็แน่นอน การบ่มนานหรือไม่ ......
เป็นตัวสำคัญในการกำหนดราคาแล้วก็ปัจจัยอื่นๆอีกเช่น น้ำที่ใช้ในการผลิต
ตัวPackaging ภาษี การขนส่ง เป็นต้น


ยังมีอีกหลายยี่ห้อ......
ต่อมาเรามารู้จักวิสกี้ประเทศไอร์แลนด์(IRELAND)

วิสกี้จากไอร์แลนด์(IRISH WHISKEYS)
วิสกี้อีกทวีปที่เป็นที่รู้จักและนิยมกันก็คือ แคนาดา
ประเทศนางงามจักรวาล จากทวีปอเมริกาเหนือ
ได้แก่

Canadian Club, Canadian Whishky
ที่อยู่ใกล้กันก็สหรัฐอเมริกา คือ Bourbon เป็นวิสกื่ที่ทำจากข้าวโพดครับ
เมืองเบอร์เบิ้นเป็นเมืองหนึ่งในรัฐแคนตักกี้ ที่ทำการผลิตวิสกี้ด้วยข้าวโพด
วิสก้ีจากสหรัฐอเมริการทำจากข้าวไรน์ก็มี
คนไทยรู้จักวิสกี้จาก U.S.A. กันเยอะพอควร

การได้รู้ถึงปริมาณดีกรีของเบอร์เบิน คนอเมริกันจะใช้ พรูฟProof ที่ฉลากด้านหน้า
เช่น 80 Proof/ p / prf ก็เปลี่ยนเป็นดีกรีก็ 40 Dregree (เอา 2 หาร)
ตัวอย่างเหล้าวิสกี้จากอเมริกา







on the rock คือการดื่มที่ได้รสชาติของวิสกี้แบบเต็มๆ
ไม่ว่าเป็นวิสกี้จากไหนก็ตาม

ข้อน่าสังเกตุ****

ตัวอย่างวิสกี้ที่ทำจากข้าวไรน์
ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก Ireland, America

ตัวอย่างวิสกี้ที่ทำจากข้าวโพด
ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก America

ตัวอย่างวิสกี้ที่จากข้าวบาร์เล่ย์ล้วนๆ
หรือเรียกว่า Single Maltซึ่งส่่วนใหญ่มาจาก Scothland
วิสกี้ที่ทำจากข้าวสาลี

วิสกี้ที่มาจากประเทศ ไอร์แลนด์ และ สหรัฐอเมริการ จะเขียน ว่า WHISKEY มี ตัว อี
และ ที่มาจากสหรัฐจะเขียน ว่า BOURBON ซึ่งนั้่นก็เป็นวิสกี้เหมือนกัน
วิสกี้ที่มาจากประเทศ สก็อตแลนด์และ แคนาดา จะ เขียนว่า WHISKY ไม่มีตัว อี
วิสกี้ที่มาจากญี่ปุ่น จะมีคำว่า SUNTORY WHISKY ครับ

วัตถุดิบที่ทำWhisky



ข้าวโพด,ข้าวสาลี,ข้าวบาร์เลย์,ข้าวไรน์

*******************************************************************








 

 


 

edit @ 2005/06/25 09:16:31

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มีสาระน่ารู้เยอะมากมีเกี่ยวกกับคอกเทลและสุรา

#1 By เปรมกมล (61.7.144.73 /192.168.8.8) on 2005-06-26 20:52

sutita bunlunk สรร202

#2 By (203.156.45.215) on 2005-06-27 00:11

#3 By (203.113.41.133) on 2006-01-14 19:50

อยากรู้เกี่ยวกับ เครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย เครื่องดื่มพร้อมอาหาร เครื่องดื่มหลัง อาหาร อ่าครับ ช่วยที

#4 By zZzzzZzzz (210.246.75.219) on 2006-04-07 15:02

ตอบ เครื่องเรียกน้ำย่อย Aperitif ดื่มก่อนอาหารคือสุราที่มีรสชาติหนักแน่น ดื่มเข้าไปแล้วร้อนๆท้องมักจะเป็นเหล้ายา เช่น บิตเตอร์ ลิเคียว 40 ดีกรี เวอมุธ แล้วแต่บุคคลว่าจะรัยได้แบบไหน เช่น เหล้าวิสกี้ออนเดอะร๊อค ค๊อกเทลแรงสักแก้ว บรั่นดี คอนยัค เพียวๆ หรือจำพวกไวน์ ที่มีรสชาติไม่หวานครับ
ระหว่างอาหารก็แล้วแต่บุคคลอีกแหละ คนไทยก็ เหล้า โซดายาวเลย แต่ของฝรั่งก็ไวน์ครับระหว่างอาหาร
หลังอาหารคือเหล้าที่มีรสหวานแล้วครับเช่น ค๊อกเทลก็พอได้ ลิเคียวก็ได้ เหล้า+กาแฟ หรือ ไอริสวิสกี้ เป็นต้น
หากยังไม่เข้าใจร้านหนังสือครับ จะมีภาพให้ดูอย่างละเอียดเลยแล้ว อาจารย์ที่เขียนก็สุดยอดทั้งนั้น
ขอขอบคุณครับ

#5 By Cocktail on 2006-04-07 19:45

จะว่าไปแล้ว คนถือดื่มวิสกี้มากติด1ใน10ของโลก เยอะไม่ใช่เล่นนะครับ แต่น่าเสียดายคนไทย85-90% ดื่มแบบผสมเกือบทั้งหมด คนไทยส่วนมากชอบดื่มแบบผสม ทั้งน้ำเปล่า โซดา โค้ก ฯลฯ การผสมโน่นผสมนี่ ล้วนทำลายรสชาติและเสน่ห์ของวิสกี้ไปจนหมด คนไทยส่วนมากเลยไม่รู้ว่ารสชาติที่แท้จริงของวิสกี้ชนิดนั้นๆเป็นอย่างไร น่าเสียดายจริงๆนะครับ

#6 By โหน่ง นาคร (203.113.71.167) on 2007-08-11 09:36

Hello! Good Site! Thanks you! oxmfslqeogvllk

#7 By pgqlmkpboi (193.219.167.220) on 2008-01-28 17:12